“สนามบินชางงี” ของประเทศสิงคโปร์ ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามบินที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และล่าสุดมีแผนยกระดับการอำนวยความสะดวกผู้โดยสารขาออก ด้วยการปรับระบบการตรวจคนเข้าเมืองให้ทันสมัยขึ้น

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2024 สนามบินชางงีจะเริ่มใช้ระบบการตรวจคนเข้าเมืองแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารเดินทางออกจากสิงคโปร์โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต โดยจะใช้เพียงข้อมูลไบโอเมทริกซ์เท่านั้น

เลขายูเอ็นชี้ มนุษย์ทำให้ปัญหาโลกร้อนเลวร้ายลง เหมือนเปิดประตูสู่นรก

“นิวรัลลิงก์” เตรียมเปิดรับอาสาสมัคร ทดลอง “ฝังชิปในสมอง”

วิจัยพบ ทำงานจากบ้านปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าเข้าออฟฟิศถึง 54%

โจเซฟิน เตียว รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมประกาศระหว่างการประชุมรัฐสภาเมื่อวันจันทร์ (18 ก.ย.) ว่า “สิงคโปร์จะเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศแรก ๆ ในโลกที่ใช้ระบบตรวจคนเข้าเมืองแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทาง”

เทคโนโลยีไบโอเมทริกซ์คือการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลสำหรับยืนยันตัวบุคคล ที่เราคุ้นเคยกันดีก็เช่น การสแกนนิ้วมือบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน การสแกนใบหน้าเข้าอาคาร หรือการสแกนดวงตา

โดยเทคโนโลยีไยโอเมทริกซ์ที่สนามบินชางงีจะนำมาใช้ คือซอฟต์แวร์จดจำใบหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ถูกนำมาใช้แล้วที่ช่องทางอัตโนมัติของจุดตรวจคนเข้าเมือง แต่การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ “จะลดความจำเป็นที่ผู้โดยสารจะต้องแสดงเอกสารการเดินทางของตนที่จุดตรวจซ้ำ ๆ และช่วยให้การประมวลผลราบรื่นและสะดวกสบายยิ่งขึ้น”

ข้อมูลไบโอเมทริกซ์จะถูกใช้เพื่อสร้าง “ตรายืนยันตัวตน” เพียงครั้งเดียว ที่สามารถนำไปใช้ในจุดตรวจอัตโนมัติต่าง ๆ ตั้งแต่การโหลดสัมภาระไปจนถึงการตรวจคนเข้าเมืองและการขึ้นเครื่อง โดยไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารการเดินทางที่เป็นของจริง เช่น บัตรผ่านขึ้นเครื่อง (บอร์ดดิ้งพาส) และหนังสือเดินทาง

แต่เตียวย้ำว่า นี่ไม่ได้หมายความว่าคนที่จะเดินทางไม่จำเป็นต้องพกหนังสือเดินทางเลย เพราะหลายประเทศนอกสิงคโปร์ไม่ได้ใช้ระบบเดียวกันนี้ ทำให้หนังสือเดินทางที่เป็นเล่มยังคงเป็นสิ่งจำเป็นคำพูดจาก เกมสล็อตเว็บแท้

กระนั้น นักวิเคราะห์มองว่า เรื่องของ “การเดินทางไร้รอยต่อ” นี้ กำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลก และการระบุตัวตนด้วยไบโอเมทริกซ์อาจเป็นอนาคตของการเดินทางด้วยเครื่องบินในไม่ช้า

ก่อนหน้านี้ในปี 2018 สนามบินนานาชาติดูไบได้เปิดตัว “ประตูอัจฉริยะ” ที่ใช้เทคโนโลยีไบโอเมทริกซ์ จดจำใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนของนักเดินทางในเวลาเพียง 5 วินาที รวมถึงสามารถใช้ลายนิ้วมือหรือการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนแทนการใช้หนังสือเดินทางจริงได้ด้วย

เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าได้ถูกนำไปใช้ในระดับหนึ่งแล้วที่สนามบินนานาชาติฮ่องกง สนามบินโตเกียวนาริตะ สนามบินโตเกียวฮาเนดะ สนามบินนานาชาติอินทิราคานธี สนามบินลอนดอนฮีทโธรว์ และปารีส-ชาร์ล เดอ โกล

ส่วนที่อารูบา มีการช่วยให้นักเดินทางเดินทางโดยใช้หนังสือเดินทางดิจิทัลบนโทรศัพท์มือถือได้ หรือในสหรัฐฯ สายการบินหลัก ๆ เช่น American Airlines, United และ Delta ได้ทำการทดลองใช้ระบบไบโอเมทริกซ์ในขั้นตอนการเช็กอิน การโหลดสัมภาระ และขึ้นเครื่อง ในสนามบินบางแห่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

สนามบินชางงีของสิงคโปร์เป็นหนึ่งในสนามบินที่พลุกพล่านที่สุด โดยให้บริการสายการบินมากกว่า 100 สายการบินไปยัง 400 เมืองใน 100 ประเทศและดินแดนทั่วโลก

ล่าสุดเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา รองรับการเคลื่อนย้ายผู้โดยสาร 5.12 ล้านคน ซึ่งทะลุ 5 ล้านคนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2020 หลังเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19

สนามบินชางงีคาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารและการจราจรทางอากาศกลับมาสู่สภาวะเท่าก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไม่ช้า และอาจเพิ่มขึ้นอีก จึงแผนจะขยายตัวเพื่อรองรับนักเดินทาง

เตียวแสดงความคาดหวังว่า ระบบไบโอเมทริกซ์ที่กำลังจะมีขึ้นจะช่วยให้การสัญจรของผู้โดยสารราบรื่นขึ้น และได้รับประสบการณ์เดินทางแบบไร้รอยต่อ “ระบบตรวจคนเข้าเมืองของเราจะสามารถจัดการจำนวนนักเดินทางที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมอบประสบการณ์การผ่านแดนเชิงบวก ขณะเดียวกันก็รับประกันในเชิงความปลอดภัย”

เรียบเรียงจาก CNN

ภาพจาก Roslan RAHMAN / AFP

เปิดโปรแกรมวอลเลย์บอลชายไทย ทำศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 พีพีทีวี ยิงสด

โปรแกรมการแข่งขันกีฬา เอเชียนเกมส์ 2022 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 ก.ย. 66

“เอเชียนเกมส์ 2022” ไขข้อสงสัยทำไมแข่งปี 2023 แต่ใช้ชื่อปีเดิม

เดินทางแบบไร้รอยต่อ สนามบินสิงคโปร์เล็งใช้ระบบไบโอเมทริกซ์แทนพาสปอร์ต

admin